เรือยักษ์ขวางคลองสุเอซ  เอพี รายงานวันที่ 24 มี.ค. ว่า เรือขนส่งสินค้าลำยักษ์เหมือนตึกระฟ้าเข้าไปติดขวางคลองสุเอซ เส้นทางการขนส่งทางน้ำท่่ใหญ่ระดับโลก จนบล็อกการจราจรของคลองในประเทศอียิปต์ เรือลำอื่นผ่านเข้าออกไม่ได้ ส่อเค้าปั่นป่วนระบบการขนส่งสินค้าทั่วโลก ซึ่งเดิมได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 อยู่แล้ว

เรือยักษ์ขวางคลองสุเอซ ลำดังกล่าวชื่อ The Ever Given ดิ เอฟเวอร์ กิฟเวน เป็นเรือขนส่งสินค้าที่เดินเรือระหว่างเอเชียกับยุโรป ล่องเข้าไปยังคลองสุเอซ ซึ่งเป็นคลองแคบๆ ที่ขุดขึ้นเพื่อผ่าช่องทางแยกทวีปแอฟริกากับแหลมไซนาย ภาพถ่ายเรือที่ติดแหง็กอยู่ แสดงให้เห็นว่า ตัวเรือเหมือนตีโค้งไปขวางคลอง หัวเรือไปติดกับกำแพงฝั่งตะวันออก ส่วนท้ายเรือคาอยู่กำแพงฝั่งตะวันตก เดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้ เป็นเหตุการณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนต่างพูดว่า ไม่เคยพบเคยเห็น มาก่อนในประวัติศาสตร์ 150 ปี ของคลองที่คนสร้างขึ้นนี้

ตลอดวันพุธที่ 24 มี.ค. มีความพยายามใช้เรือลากหลายลำเข้าไปดุนเรือลำยักษ์ให้เอียงตัวเปิดช่องให้เรือลำอื่นวิ่งเข้าออกคลองได้บ้าง ขณะต่อคิวยาวในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทะเลแดง แต่การใช้งานกลับเป็นไปได้แค่ 10% ของช่วงเวลาปกติ และยังไม่ชัดว่าจะใช้เวลาแก้ไขสถานการณ์นี้นานเท่าใด

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวว่า อาจกินเวลานานอย่างน้อย 2 วัน ขณะเดียวกันเกิดความวิตกว่า เรือลำยักษ์อาจตกเป็นเป้าหมายโจมตี ส่วนสาเหตุที่เรือเข้าไปติดแหง็กขวางคลองอยู่ยังสืบทราบไม่ได้แน่ชัด บริษัทด้านการขนส่งและโลจิสติกทั่วโลก GAC แจ้งว่า เรือลำนี้เคยมีปัญหาเครื่องยนต์ดับมาก่อน แต่เจ้าหน้าที่บริษัทเบิร์นฮาร์ด ชูลเทอ ซึ่งดูแลเรือลำนี้อยู่ ยืนยันว่า เครื่องยนต์ของเรือลำนี้ไม่เคยดับ

ชี้สาเหตุลมแรงจนเรือหมุน

ด้านบริษัท เอฟเวอร์กรีน มารีน คอร์ป บริษัทขนส่งสินค้า สำนักงานในไต้หวัน ผู้จัดการเรือ ดิ เอฟเวอร์ กิฟเวน แถลงว่า เรือลำนี้เผชิญกับลมแรงมาก ขณะเดินทางจากทะเลแดงเข้าไปในคลอง แต่ไม่มีตู้คอนเทนเนอร์ใดที่จมลง เจ้าหน้าที่อียิปต์รายหนึ่งที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ บอกกับสำนักข่าวเอพีว่า ลมแรงจัดและพายุทรายในบริเวณเป็นสาเหตุที่ทำให้เรือตกอยู่ในสภาพนี้

ขณะที่นักพยากรณ์อากาศชี้ว่า ลมในบริเวณนี้มีกำลังแรงที่ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่า ลมแรงระดับนี้จะดันให้เรือขนาดใหญ่ยักษ์ 220,000 ตัน หมุนเอนเข้าไปตั้งขวางคลองได้อย่างไร ภาวการณ์ที่เรืออื่นผ่านคลองไม่ได้ดังกล่าว กระทบต่อการขนส่งแก๊สและน้ำมันจากตะวันออกกลางไปยุโรป และส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดเบรนต์ปรับตัวสูงขึ้นทันทีเกือบ 2.9% ที่ราคา 62.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เนล

สำหรับเรือดิ เอฟเวอร์ กิฟเวน ต่อขึ้นเมื่อปี 2561 มีความยาวเกือบ 400 เมตร กว้าง 59 เมตร อยู่ในกลุ่มเรือลำใหญ่ที่สุดในโลก บรรทุกคอนเทนเนอร์ได้ 20,000 ตู้ในคราวเดียว ก่อนหน้านี้จอดอยู่ท่าเรือที่เมืองจีน ก่อนมุ่งหน้าไปเมืองร็อตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในยุโรป

แหล่งข่าว