บรรดานักวิทย์ทางทะเลวิตกกังวล ผลการศึกษาพบปะการังในเกรต แบร์ริเออร์รีฟ ที่ออสเตรเลีย หายไปแล้วกว่าครึ่ง นับตั้งแต่ปี 2538 หลังเกิดภาวะฟอกขาวครั้งใหญ่เนื่องมาจากน้ำทะเลอุ่นขึ้น

เมื่อ 14 ต.ค.63 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานผลการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ที่ศูนย์ศึกษาปะการัง ARC Centre of Excellence for Coral Reef Studies ในออสเตรเลีย พบ “เกรต แบร์ริเออร์รีฟ” เป็นแนวหินปะการังที่ยาวที่สุดในโลก ได้สูญเสียแนวปะการังไปแล้วกว่าครึ่งนับตั้งแต่ปี 2538 หรือ 25 ปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากน้ำทะเลอุ่นขึ้น หลังจากที่ผ่านมา เกรต แบร์ริเออร์รีฟ เคยมีความยาวของแนวปะการังกว่า 2,000 กิโลเมตร และครอบคลุมพื้นที่ถึง 3.45 แสนตารางกิโลเมตร

บรรดานักวิทยาศาสตร์ทางทะเลกำลังมีความกังวลว่าปะการังในเกรต แบร์ริเออร์รีฟ ที่หายไปเนื่องจากเกิดปะการังฟอกขาวบ่อยครั้ง จากอุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้นชนิดทำลายสถิติในปี 2559-2560 นั้นจะทำให้ปะการังสูญเสียความสามารถในการฟื้นตัว ที่น่าวิตกคือ ปะการังที่ลดน้อยลงหลังเกิดการฟอกขาวครั้งใหญ่ในปี 2559-2560 กำลังเกิดการฟอกขาวครั้งใหญ่อีกครั้งในปีนี้ โดยนักวิทยาศาสตร์ได้เรียกร้องให้นานาประเทศทั่วโลกรีบหยุดยั้งการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกอันเป็นสาเหตุทำให้โลกร้อนขึ้น

ศาสตราจารย์เทอร์รีย์ ฮิวจ์ ประจำศูนย์ ARC Centre of Excellence for Coral Reef Studies ชี้ว่า ปะการังทุกชนิดได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงที่สุดจากการฟอกขาวครั้งใหญ่ ซึ่งทำให้สูญเสียปะการังไปแล้วถึง 2 ใน 3 โดยปะการังสามารถฟื้นตัวได้ถ้าสภาพแวดล้อมในธรรมชาติกลับคื่นสู่ภาวะปกติ แต่มันอาจต้องใช้เวลาหลายสิบปี โดยผลการศึกษาในปี 2562 พบว่า แนวปะการังที่ได้รับความเสียหายได้พยายามจะฟื้นตัวหรืองอกใหม่ เนื่องจากปะการังในวัยผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ได้ตายไปแล้ว

ทั้งนี้ ตามข้อมูลของ nstda ระบุว่า ปะการังฟอกขาว คือ ภาวะที่ปะการังมีสีซีดจางลง จนมองเห็นเป็นสีขาว ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะการสูญเสียสาหร่ายขนาดเล็กที่เรียกว่า “ซูแซนเทลลี” ที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อของปะการังที่มีการดำรงชีวิตแบบพึ่งพากัน โดยสาหร่ายจะทำหน้าที่สังเคราะห์แสงเพื่อสร้างอาหาร ช่วยเร่งกระบวนการสร้างหินปูน รวมถึงการสร้างสีสันให้แก่ตัวปะการัง ในขณะที่ปะการังก็ให้ที่อยู่แก่สาหร่าย โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวปะการังทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะฟอกขาวที่นับวันจะทวีความรุนแรง และมีความถี่ในการเกิดบ่อยขึ้น แม้ขณะนี้ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดถึงสาเหตุการฟอกขาว แต่นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่า น่าจะเป็นผลมาจากความปรวนแปรของสภาพอากาศภูมิอากาศ อันเนื่องจากภาวะโลกร้อน.

แหล่งข่าว